กติกาการแข่งขันบาสเกตบอลNBA 3-on-3
งานแข่งขันบาสเกตบอล NBA 3-on-3 ทุกรายการทั่วโลก จะใช้กติกาเดียวกัน คือ กติกาบาสเกตบอล 3-on-3 ของ ดังต่อไปนี้
กติกาและรายละเอียดอื่นๆนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้จากนี้ จะใช้ตามกติกาอย่างเป็นทางการของ
สนามแข่ง
สนามแข่งจะมีขนาดครึ่งหนึ่งของสนามบาสเกตบอลขนาดเต็ม เส้นโยนลูกโทษจะมีระยะห่างจากห่วง 5.80 เมตร เส้นสองแต้มมีระยะห่าง 6.75 เมตร และจะใช้ลูกบาสเกตบอลขนาดปกติในการแข่ง
ทีม
แต่ละทีมจะมีสมาชิกได้จำนวน 4 คน คือ ผู้เล่นบนสนาม 3 คน และ ตัวสำรอง 1 คน
เจ้าหน้าที่ในการแข่งขัน
เจ้าหน้าที่ประจำการแข่งขันจะประกอบไปด้วย กรรมการ 1 ท่าน ผู้ดูแลการทำคะแนนและเจ้าหน้าที่คุมเวลาอีก 2 ท่าน
การเริ่มต้นการแข่ง
- ทีมที่เข้าแข่งขันจะต้องวอล์ม อัพ ร่างกาย ก่อนเริ่มต้นการแข่ง
- วิธีตัดสินหาผู้ที่ได้สิทธิ์ในการครองบอลก่อนจะใช้การโยนเหรียญ
การทำคะแนน
- การทำคะแนนทุกครั้งที่เกิดขึ้นภายในเส้นโค้ง จะได้ 1 คะแนน
- การทำคะแนนทุกครั้งที่เกิดขึ้นภายนอกเส้นโค้งจะได้ 2 คะแนน โดยเท้าทั้งสองข้างของผู้โยนลูกจะต้องอยู่นอกเส้นโค้ง
- การโยนลูกโทษที่สำเร็จ จะได้ 1 คะแนน
เวลาในการแข่งขัน/การตัดสินผู้ชนะ
- เวลาการเล่นจะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง(ครึ่ง) ครึ่งละ 5 นาที นาฬีกาจับเวลาการแข่งขันจะหยุดทุกครั้งที่บอลตายหรือมีการโยนลูกโทษ นาฬิกาจะถูกเริ่มต้นใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนทีมบุกในครึ่งหลัง(เมื่อบอลอยู่ในการครอบครองของทีมที่ได้รับสิทธิ์ในการบุก) ในกติกาเต็มรูปแบบแล้ว ในการพักครึ่งจะมีเวลา 1 นาที
- อย่างไรก็ตามหากทีมใดทีมหนึ่งสามารถทำคะแนนทิ้งห่างทีมฝั่งตรงข้ามได้ 21 คะแนนหรือมากกว่า ก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขันทันที
- หากหมดเวลาการแข่งขันแล้ว ทั้งสองทีมมีคะแนนที่เสมอกัน จะมีการต่อเวลาพิเศษเพื่อหาผู้ชนะ ทีมที่ไม่ได้เป็นผู้ได้สิทธิ์ในการครองบอลเมื่อเริ่มเกมจะเป็นผู้ได้สิทธิ์ครองบอลก่อน ทีมใดที่สามารถทำคะแนนจากระยะ 2 คะแนนได้ก่อนในช่วงต่อเวลานี้จะเป็นผู้ชนะทันที
ในกติกาเต็มรูปแบบแล้ว เวลาในช่วงต่อเวลาพิเศษคือ 1 นาที หากต่อเวลาแล้วคะแนนยังคงเสมอกัน จะมีการต่อเวลาอีกเป็นครั้งสุดท้าย และผู้ที่สามารถทำคะแนนจากระยะ 2 คะแนนได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ
ทีมใดที่ไม่สามารถมารายงานตัวในการแข่งขันตามเวลาที่กำหนดไว้ ภายใน 5 นาที จะถูกปรับแพ้ที่คะแนน 21-0 ในการแข่งขันนั้นๆ
การทำฟาวล์/ลูกโทษ
- การที่ทีมใดทีมหนึ่งทำฟาวล์ครบ 4 ครั้งภายใน 1 ช่วง จะถูกนับเป็นทีมฟาวล์
- ผู้เล่นที่ทำฟาวล์ครบ 4 ครั้ง จะต้องออกจากการแข่งขันทันที การทำฟาวล์ทั้งหมดจะต้องถูกจดบันทึกไว้โดยเจ้าหน้าที่สนามผู้บันทึกคะแนน หากเสื้อของนักกีฬาไม่มีหมายเลขผู้เล่น จะต้องมีการจดชื่อของผู้เล่นแต่ละคนไว้เพื่อการจดบันทึกการทำฟาวล์
- การทำฟาวล์ภายในเส้นโค้งขณะที่ทำการโยนลูกทำคะแนน จะได้รับสิทธิ์ในการโยนลูกโทษ 1 ลูก
- การทำฟาวล์ภายนอกเส้นโค้งขณะที่ทำการโยนลูกทำคะแนน จะได้รับสิทธิ์ในการโยนลูกโทษ 2 ลูก
- การทำฟาวล์ขณะโยนลูกทำคะแนนโดยที่การทำคะแนนเป็นผลสำเร็จ จะได้รับสิทธิ์ในการโยนลูกโทษ 1 ลูก
- หากมีการทะเลาะวิวาท หรือ ทำร้ายร่างกายกัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้เล่นจะถูกตัดสิทธิ์จากรายการแข่งขันทั้งหมด นับเป็นเทคนิคัลฟาวล์ 2 ครั้ง และตัดสิทธิ์
- การทำฟาวล์ที่เห็นได้ชัดเจน อันตราย หรือ เกินกว่าเหตุ อาจเป็นเหตุในการตัดสิทธิ์ของนักกีฬาหรือทีมจากการแข่งขัน 1 การแข่งขันหรือทั้งหมด
- ตัวอย่างของการเหตุในการตัดสิทธิ์ : ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ต่อเถียงกรรมการหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆโดยไม่เคารพ ข่มขู่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยคำพูดหรือการกระทำใดๆ การใช้ภาษาหรือท่าทางที่ลามก
- การตัดสินเรื่องการตัดสิทธิ์โดยกรรมการหรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ถือเป็นที่สิ้นสุด
การถ่วงเวลา
- การถ่วงเวลาหรือการจงใจเล่นโดยไม่ตั้งใจทำคะแนนถือเป็นการทำผิดกติกา
- หากสนามแข่งมีการติดตั้งนาฬิกาจับเวลาในการโยนลูกทำคะแนน ทีมที่ครองบอลจะต้องโยนลูกทำคะแนนภายใน 12 วินาที นาฬิกาจะเริ่มจับเวลาเมื่อบอลอยู่ในมือของผู้เล่นฝ่ายที่ได้สิทธิ์ในการบุก (หลังจากการเปลี่ยนมือจากผู้เล่นฝ่ายทีมป้องกัน หลังจากมีการทำคะแนนเกิดขึ้น)
- หากสนามแข่งไม่มีนาฬิกาจับเวลาในการโยนลูกทำคะแนน และทีมที่เป็นฝ่ายบุกไม่สามารถโยนทำคะแนนได้ กรรมการจะมีการแจ้งเตือน เมื่อหมดเวลา 12 วินาที ทีมฝ่ายตรงข้ามจะได้รับสิทธิ์ในบอลไป ณ หลังเส้นโค้ง
การควบคุมลูกบอล
-
ภายหลังจากการทำคะแนนสำเร็จ
หรือลูกโทษที่สำเร็จ
- ผู้เล่นจากทีมที่ไม่ได้ทำคะแนนจะดำเนินการแข่งต่อโดยเลี้ยงลูกหรือส่งลูกจากภายในสนามหรือใต้บริเวณห่วง (ไม่ใช่จากบริเวณนอก สนาม) ส่งไปยังบรืเวณหลังเส้นโค้งภายในสนาม
- หากผู้เล่นฝ่ายที่ทำคะแนนได้ จงใจทำให้บอลออกไปนอกบริเวณหรือถ่วงเวลา จะถูกปรับเทคนิคัลฟาวล์ -
ภายหลังจากการโยนลูกทำคะแนนที่ไม่สำเร็จ
หรือ
ลูกโทษที่ทำคะแนนไม่สำเร็จ
- หากผู้เล่นฝ่ายบุกสามารถรีบาวด์ลูกได้ ก็จะสามารถบุกต่อเนื่องไปเพื่อการทำคะแนนได้ โดยไม่ต้องกลับมาส่งบอลที่หลังเส้นโค้ง
- หากผู้เล่นฝ่ายป้องกันสามารถรีบาวด์ลูกได้ จะต้องมากลับมาส่งบอลที่หลังเส้นโค้งก่อนการบุก (ด้วยการเลี้ยงลูกหรือส่งลูก) -
ภายหลังจากการสตีล
เทิร์นโอเวอร์
และกรณีอื่นๆ
- หากเกิดขึ้นภายในเส้นโค้ง จะต้องเลี้ยงบอลหรือส่งบอลออกจากบริเวณเส้นโคงก่อนการให้สิทธิ์การครองบอลกับทีมใดก็ตาม - ภายหลังจากกรณีที่บอลตาย นอกจากการทำคะแนนที่สำเร็จ จะต้องเริ่มด้วยการส่งบอลเริ่มเกม (ระหว่างผู้เล่นทีมป้องกันและทีมบุก) ด้านหลัง เส้นโค้ง บริเวณด้านบนของสนาม
- จะนับว่าบอลอยู่หลังเส้นโค้งก็ต่อเมื่อเท้าทั้งสองข้างของผู้เล่นฝ่ายบุกที่ครองบอลอยู่ อยู่นอกเส้นสองแต้ม
-
ในกรณีที่จะต้องมีการจัมพ์บอล
ฝ่ายทีมป้องกันจะเป็นฝ่ายได้สิทธิ์ในการครองบอลไป
การเปลี่ยนตัวผู้เล่น
- การเปลี่ยนตัวจะทำได้ก็ต่อเมื่อกรณีที่บอลตาย
- หากเริ่มการแข่งขันแรกในรายการไปแล้ว การเปลี่ยนชื่อสมาชิกผู้เล่นในทีมจะไม่สามารถทำได้อีก การจะเปลี่ยนสมาชิกของทีมจะต้องทำก่อนเริ่มต้นการแข่งแรกของรายการ โดยมีบัตรแสดงตนของผู้เล่นคนใหม่และหัวหน้าทีม หากเริ่มการแข่งขันรายการแรกไปแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสมาชิกในทีมได้อีก ทั้งนี้ยังรวมถึงกรณีที่มีผู้เล่นบาดเจ็บและกรณีที่มีผู้เล่นในทีมเพียง 3 คนอีกด้วย
การขอเวลานอก
- ไม่มีการขอเวลานอกจากทีมที่เข้าแข่งขันในทุกกรณี
ใบสรุปผลคะแนน
- หัวหน้าทีมของทีมที่ชนะจะต้องรับหน้าที่นำใบสรุปผลคะแนนไปส่งให้ส่วนกลางของงานแข่งขันทันทีหลังจากจบการแข่งขันเกมนั้นๆ
กติกาไทเบรกเกอร์
หาก 2 ทีมมีจำนวนครั้งที่ชนะเท่ากัน จะตัดสินด้วยระบบ Head-to-Head
หากมี 3 หรือมากกว่า มีจำนวนครั้งที่ชนะเท่ากัน
- ใช้ระบบ Head-to-head ระหว่างทีมเหล่านั้น (จะนับเฉพาะผลการแข่งขันระหว่างทีมที่อยู่ในระบบไทเบรกเกอร์นี้เท่านั้น)
-ผลต่างของในส่วนของ Head-to-Head ระหว่างทีมที่เข้าระบบไทเบรกเกอร์ (จะนับเฉพาะผลการแข่งขันระหว่างทีมที่อยู่ในระบบไทเบรกเกอร์นี้เท่านั้น)
- คะแนนที่ทำในการแข่งขัน สำหรับรายการการแข่งขันระหว่างทีมที่เข้าระบบไทเบรกเกอร์(จะนับเฉพาะผลการแข่งขันระหว่างทีมที่อยู่ในระบบไทเบรกเกอร์นี้เท่านั้น)
- หากยังมี 2 ทีมที่อยู่ในระบบไทเบรกเกอร์หลังจากขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น จะตัดสินด้วยผลการแข่งขันแบบ Head-to-head
ทีมที่เคยถูกปรับแพ้มาก่อนด้วยกรณีใดก็ตาม จะถูกปรับแพ้ในระบบไทเบรกเกอร์ไปโดยปริยาย













